เรื่อง

ขณะรถวิ่ง เผลอกดปุ่ม Push Start จะเป็นอะไรไหม?

ปุ่ม Push Start ทำหน้าที่สตาร์ทเครื่องยนต์ และเปิดระบบการทำงานต่างๆ ภายในรถยนต์ ทำงานคู่กับกุญแจ Smart Key หากไม่มีกุญแจ Smart Key จะไม่สามารถสตาร์ทรถยนต์ได้

ปุ่ม Push Start จะทำงานควบคู่กับกุญแจ Smart Key มีวิธีใช้งานอยู่ 3 รูปแบบ

  • กดปุ่ม Push Start 1 ครั้ง เป็นการเปิดวิทยุหรือระบบเครื่องยนต์ (เหมือนการบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ACC)
  • กดปุ่ม Push Start 2 ครั้ง เป็นการเปิดระบบไฟฟ้าภายในรถ รวมถึงไฟเตือนสถานะต่างๆ จะขึ้นโชว์ที่จอหน้าปัดและดับลง (เหมือนการบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON)
  • กดปุ่ม Push Start 3 ครั้ง เป็นการปิดระบบไฟ แต่ถ้าเหยียบเบรก แล้วกดปุ่ม Push Start ไปพร้อมกันด้วย จะเป็นการสตาร์ทรถ

ขณะรถวิ่งอยู่หากเผลอกดปุ่ม Push Start แล้วรีบปล่อยออกโดยทันที จะไม่ทำให้เครื่องยนต์ดับ แต่ถ้าหากกดปุ่ม Push Start ค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าภายในรถจะดับทันที เนื่องจากตัวรถมองว่าคุณมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องดับเครื่องยนต์ลง แม้ขณะที่รถกำลังวิ่ง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะเมื่อระบบต่างๆภายในรถหยุดทำงาน จะทำให้พวงมาลัยหนักขึ้น ควบคุมรถได้ยาก ขณะที่แป้นเบรกจะกดได้เพียง 1-2 ครั้ง จากนั้นเบรกจะใช้งานไม่ได้ เพราะปั๊มเบรกไม่ทำงาน จนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

หากเครื่องยนต์ดับ ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้รีบผลักคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง N เท่านั้น ห้ามผลักไปตำแหน่ง P โดยเด็ดขาด เหยียบเบรกให้ลึกพอให้ไฟเบรกสว่าง จากนั้นกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ก็จะกลับมาติดอีกครั้ง หรือหากสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรก็ควรนำรถเข้าข้างทางอย่างปลอดภัยเสียก่อน หลีกเลี่ยงการใช้เบรกถ้าไม่จำเป็น เพื่อให้รถมีแรงเฉี่อยมากพอจะประคองรถต่อได้ เมื่อรถหยุดนิ่งสนิทแล้วก็ค่อยติดเครื่องยนต์อีกครั้ง

วิธีแก้ปัญหา ขี้นก-รอยขนแมว ง่ายๆก่อนคราบฝังแน่น

ปัญหาที่รถแทบทุกคันต้องเคยเจอคือ “นกขี้ใส่รถ” ไม่ว่าจะจอดไว้กลางแจ้งหรือใต้ต้นไม้ ซึ่งหากปล่อยให้เลอะอยู่นานๆ โดยไม่ล้างออกทันที อาจทำให้เกิดรอยขี้นกฝังแน่น คราบติดล้างไม่ออกซึ่งเป็นอันตรายกับสีของรถยนต์ได้ เนื่องจากในขี้นกมีความเป็นกรดหรือด่างสูง จะส่งผลให้ชั้นเคลือบผิวสีรถเกิดความเสียหายได้

วิธีทำความสะอาดขี้นกที่ถูกต้อง

  1. ล้างออกด้วยน้ำเปล่า ใช้ฟองน้ำล้างรถหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาดๆ เช็ดบริเวณที่นกขี้ใส่ หรือใช้สายยางฉีดร่วมด้วยก็ได้
  2. นำเบกกิ้งโซดา น้ำยาล้างจาน ผสมน้ำอุ่น ใส่ขวดสเปรย์ฉีดบริเวณที่นกขี้ใส่ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า และเช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ 
  3. ใช้สเปร์ทำความสะอาดพื้นผิวรถยนต์ เพียงฉีดลงบนบริเวณที่นกขี้ใส่ และใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดตาม คราบสกปรกก็จะหลุดออก การใช้สเปร์มีข้อดีคือ มั่นใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายต่อสีรถยนต์อย่างแน่นอน
  4. หากยังมีขี้นกฝังแน่น หรือมีขี้นกจำนวนมาก ควรเลือกใช้บริการร้านทำความสะอาด เพราะทางร้านจะมีการ ล้าง ขัด เคลือบสีด้วย

อีกหนึ่งปัญหากวนใจคือ “รอยขนแมว” คือรอยขีดข่วนขนาดเล็กมีลักษณะเป็นเส้นๆ วงๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวสีของรถยนต์ เกิดจากการขูดขีดของวัสดุที่แข็งกว่าชั้นเคลือบสีของรถ ซึ่งรอยดังกล่าวมักมองเห็นได้ง่ายในรถยนต์ที่เป็นสีเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำเงิน เป็นต้น

วิธีป้องกันและแก้ปัญหารอยขนแมว บนผิวรถยนต์

  1. เลือกผ้าเช็ดรถและอุปกรณ์ในการทำความสะอาดให้เหมาะสม เช่นเลือกใช้ผ้าชามัวร์หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถดูดซึมซับฝุ่นละออง เศษสิ่งสกปรก คราบน้ำได้ดีกว่าผ้าทั่วไป 
  2. ล้างรถให้ถูกขั้นตอน ควรฉีดน้ำเพื่อไล่เศษฝุ่น และสิ่งสกปรกออกจากสีผิวรถก่อนทุกครั้ง โดยไล่จากหลังคารถด้านบนลงมาด้านล่าง ใช้ฟองน้ำกับน้ำยาล้างรถทำความสะอาดคราบสกปรก เมื่อล้างด้วยน้ำยาแล้ว ควรล้างด้วยน้ำสะอาดต่อทันที
  3. ดูแลรักษาผิวรถยนต์ โดยการเคลือบแว๊กซ์ หรือพวกน้ำยาเคลือบสีรถเป็นประจำ สามารถช่วยเพิ่มชั้นความหนาป้องกันรอยขนแมวได้ระดับหนึ่ง รวมถึงการเคลือบแก้วนับเป็นวิธีดูแลสีรถที่ดีที่สุด หากมีสิ่งแข็งมาสัมผัสโดนผิวรถก็จะไม่เกิดรอย นอกจากจะทำให้สีรถเงางามยังช่วยให้น้ำไม่เกาะที่ผิวรถ จึงช่วยลดคราบฝังแน่นบนสีรถได้ และทำให้ล้างทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย